วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

151.ชุด Tales From Fern Hollow

By John Patience

เห็นหนังสือจากผู้เขียนคนนี้หลายเล่มแล้ว ส่วนมากมาเดี่ยวๆ วันนี้ได้โอกาสจับมาคู่กัน เป็นเรื่องราวของผู้คนในหมู่บ้าน Fern Hollow ที่เป็นสัตว์ชนิดต่างๆมาอาศัยอยู่ด้วยกัน มีเหตุการณ์สนุกๆ น่ารักๆ มาให้ได้อ่านกันค่ะ

1. Mrs.Merryweather's Letter
เล่มนี้อ่านแล้วลุ้นค่ะว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร คือจุดเริ่มต้นอยู่ที่คุณป้าเป็ดเขียนจดหมายถึงเพื่อนว่าจะแวะไปเยี่ยม แต่จดหมายปลิวจากมือบุรุษไปรษณีย์ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงทางอากาศจริงๆ

2.Brock the balloonist
คุณลุงแบดเจอร์บังคับบอลลูนไม่ได้ ทำให้ตกลงบ้านคนอื่น ตำรวจมาสอบสวนจับเข้าคุก เจ้าหนูพี่น้องแอบเอาบอลลูนไปเที่ยวเจอสมบัติ และมอบให้คุณลุงแบดเจอร์

6 วิธีเลือกหนังสือนิทานภาษาอังกฤษ พิชิตใจเด็ก

เอ้า! “วันนี้ครูจะเล่านิทานให้เด็กๆฟัง ตั้งใจฟังให้ดีนะคะ”  คุณเคยรู้สึกคุ้นๆกับประโยคแบบนี้ไหมคะ แล้วเราก็จะตั้งใจฟังมากเป็นพิเศษ หลังจากที่เบื่อๆหรืออาจจะไม่มีสมาธิกับการเรียนในห้องเรียน นั่นเป็นการเปิดประตูเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการของเด็กๆเลยทีเดียวเลยค่ะ  

จากประสบการณ์การอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังมาหลายปี และยังอ่านจนถึงปัจจุบัน ซึ่งช่วงแรกของชีวิตเด็กน้อยคนนี้ แม่อ่านนิทานภาษาไทยให้ฟังตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 ขวบ จนเมื่ออายุ 2 ขวบครึ่ง แม่เริ่มปฏิบัติการทางภาษาอังกฤษ  จึงถึงเวลาได้ลองนิทานเมืองฝรั่งดูบ้าง

ตอนแรกจินตนาการนิทานฝรั่งไว้ซะยาก จะอ่านออกไหม จะออกเสียงถูกหรือเปล่า จะยาวไหม จะไหวหรือเปล่า ทำอะไรเกินตัวหรือเปล่าเนี่ย....กังวลไปหมดค่ะ แต่เมื่อได้ลองอ่านแล้วก็ยากจริงๆ (ฮา ฮา) เนื่องจากตอนเริ่มนั้น ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงเอามากๆ

หลังจากซื้อนิทานมาก็ต้องมานั่งอ่านเองก่อน 1 รอบ ปรากฎว่าไม่รู้จักศัพท์หลายคำ ออกเสียงไม่ถูก ต้องเปิดดิกออนไลน์ แล้วฟังเสียง จำไม่ได้อีก แอบจดคำอ่านเป็นภาษาไทยลงในหนังสือด้วย เวลาอ่านให้ลูกฟังจะได้ดูดี (ฮา)
พอเริ่มอ่านให้ลูกฟังจริงๆก็ตะกุกตะกัก หยุดๆ อ่านๆ ลืมว่าที่จดมา ออกเสียงถูกไหม คิดว่ารอบแรกที่อ่านให้ลูกฟัง นอกจากลูกจะงงๆ ว่าแม่อ่านอะไร เพราะฟังไม่รู้เรื่อง แม่มันก็งงๆ ปนเครียดๆ เหมือนกัน ว่าอ่านอะไรออกไป

ลูกเริ่มต่อต้านไม่ฟังนิทานภาษาอังกฤษ เพราะไม่รู้เรื่อง ประกอบกับตอนนั้นเริ่มพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันกันด้วย ลูกก็ยังปรับตัวไม่ทัน เวลาแม่จะเริ่มอ่านนิทาน เธอก็บอกว่าไม่เอา จะให้อ่านภาษาไทย

เราต่อรองกันบอกว่า งั้นอ่านไทย 2 เล่ม อ่านอังกฤษ 1 เล่ม ลูกก็ยินยอมตามนั้น จำได้ว่าหนังสือเล่มแรกๆที่อ่านให้ลูกฟังเป็นหนังสือปกอ่อนเรื่อง Clifford the big red dog ฟังดูชื่อเรื่องก็น่าจะอ่านง่ายใช่ไหมคะ ฮึ ฮึ

ตอนแรกเลือกนิทานตามใจตัวเอง ถ้าเห็นว่าสีสวยถูกใจ ตัวหนังสือน้อยๆ ก็จะเลือกซื้อ แต่เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ เริ่มจับทางถูก ว่าคุณลูกสาวชอบสไตล์ไหน เราก็จะเลือกหนังสือนิทานมาให้ลูกได้ถูกใจมากขึ้น เธอก็ชอบไปโดยปริยาย ไม่กี่เดือนเธอก็เลือกที่จะให้แม่อ่านนิทานภาษาอังกฤษให้ฟังมากกว่าภาษาไทย แต่ละคืนแม่ต้องอ่านให้ฟังไม่ต่ำกว่า 10 เล่ม มิฉะนั้นเธอไม่ยอมนอน

จึงสรุปวิธีเลือกนิทานภาษาอังกฤษไว้คร่าวๆ ดังนี้

1.เลือกที่ลูกชอบหรือให้ความสนใจ
พ่อแม่คงจะรู้อยู่แล้วว่าลูกชอบอะไร เช่น นางฟ้า เจ้าหญิง แม่มด มังกร หุ่นยนต์ รถไฟ เครื่องบิน สัตว์ต่างๆ ก็พยายามเลือกนิทานที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นมาอ่าน ยกเว้นว่าลูกยังเล็ก ไม่สามารถบอกความต้องการได้ ก็ให้เลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบ จะได้อ่านได้นาน ไม่เบื่อไปซะก่อน (เพราะปกติ เด็กชอบให้อ่านซ้ำๆ)


2.เลือกตามประเภทหนังสือ
เราสามารถเลือกหนังสือนิทานภาษาอังกฤษ ได้จากประเภทหนังสือ ซึ่งแต่ละประเภท มักจะแบ่งชัดเจนว่าเหมาะกับเด็กช่วงไหน จะแบ่งให้คร่าวๆ ได้ 5 แบบ คือ บอร์ดบุ๊ค (0-3ปี) , ปกแข็ง (3-6 ปี), ปกอ่อน (3 ปีขึ้นไป) , หัดอ่าน ( 5 ปีขึ้นไป), วรรณกรรม (7 ปีขึ้นไป)


3.เลือกตามเนื้อเรื่องที่ต้องการสอน
นิทานภาษาอังกฤษส่วนมากจะมีข้อคิดแฝงอยู่ในเรื่อง ถ้าเราสนใจอยากจะสอนอะไรกับลูก ก็ให้เลือกเรื่องนั้นมา เช่น เรื่องการแปรงฟัน ไปหาหมอ แบ่งปัน เอาแต่ใจตัวเอง เห็นใจคนอื่น


4.เลือกตามวัยลูก
เด็กเติบโตมีพัฒนาการ บางครั้งเค้าถึงวัยที่จะขยับนิ้ว ออกแรงฉีกกระดาษ เราต้องพยายามเลือกหนังสือให้เหมาะกับเค้า ซึ่งวัยเด็กเล็กก็ต้องเหมาะกับหนังสือบอร์ดบุ๊ค ซึ่งจะเป็นกระดาษหนา และ แข็ง ทุกหน้า ฉีกไม่ขาด หนังสือบางเล่มอาจจะยังไม่เหมาะกับลูกเรา คืออาจจะมีเนื้อเรื่องเยอะ ยังไม่ถึงวัย  บางเล่มอาจจะเด็กเกินไป


5.เลือกที่ภาพสวย 
ที่จริงภาพหน้าปกหนังสือ เป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้คนเราเลือกหยิบขึ้นมา ภาพสวยๆ ที่ลงสีดีๆ ย่อมดีที่สุด เพราะว่าเด็กยังอ่านไม่ออก เค้าจะมองเฉพาะภาพ ถ้าภาพสามารถสื่อสารไปได้กับเนื้อเรื่อง เด็กก็จะมีจินตนาการได้กว้างไกล


6.เลือกผู้เขียน
คุณแม่บางท่านอาจจะมีนักเขียนในดวงใจ ซึ่งเป็นนักเขียนที่โด่งดัง หนังสือได้รับรางวัลมากมาย และเป็น 1 ใน 100 หนังสือที่ดีที่สุดที่เด็กควรอ่าน เช่น Eric Carl, Dr.Seuss, Julia Donaldson, Beatrix Potter, Mercer Mayer, Margaret Wise Brown


ทำไมเด็กจึงติดใจนิทานภาษาอังกฤษ มันมีอะไรแตกต่างกัน ระหว่างนิทานไทยกับอังกฤษ เดี๋ยวรอบหน้าจะมารีวิวให้ฟังกันนะคะ

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

150.Safety First

Playtime Friends Disney

หนังสือเล่มนี้เปิดมารู้สึกงงเล็กน้อย เพราะว่าช่วงแรกของหนังสือ มีแต่ Free Gift Certificate เหมือนเป็นบัตรคูปองตัดออกมาได้

เมื่อเปิดไปเรื่อยๆ ถึงส่วนเนื้อหา ก็รู้สึกว่าน่าสนใจ มิกกี้สอนเรื่องความปลอดภัยได้ละเอียดดี เหมาะสำหรับเด็กๆมาก ตั้งแต่เรื่องระวังของร้อน การข้ามถนน การเล่นชิงช้า ระวังลื่นเวลาอาบน้ำ

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

149.ชุด A Little Golden Book Pooh and his friend

หนังสือชุด Golden book วันนี้จะเล็กกว่าชุดเมื่อวานค่ะ ขนาดพอเหมาะ อ่านง่าย เล็กรวบรวมชุดหมี Pooh และเพื่อนมาให้ได้อ่านกัน ยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นความน่ารักของเหล่าเพื่อนหมีพูห์ที่มีน้ำใจช่วยกันทุกเรื่อง บางเรื่องอ่านก็ยังขำๆกับความคิดของพวกเค้า

1.Pooh and the Honey Tree
หมีพูห์คลุกโคลน ใช้ลูกโป่งส่งตัวเองขึ้นต้นไม้ เพื่อต้องการหลอกล่อผึ้งให้งง จะได้ไปเอาน้ำผึ้ง แต่ผึ้งไม่หลงกล

2.The Very Best Easter Bunny
ทุกคนอยากให้แรทบิทใส่ชุดกระต่ายเพื่อเล่นเทศกาลอีสเตอร์ จึงช่วยกันปลูกผักในแปลงให้เรียบร้อย แรบบิทจึงมีเวลามาเล่นด้วย

3.Pooh's Grand Adventure
คริสโตเฟอร์ โรบินหายตัวไป ทุกคนช่วยกันตามหา ในที่สุดก็เจอในถ้ำ

4.The Great Riddle Contest
ทุกคนผลัดกันตั้งคำถาม และหาคำตอบในงานแข่งขันปริศนาคำทาย เมื่อตอบได้ อาล์วจึงพาทุกคนไปปาร์ตี้

5.EEyore, be Happy
อียอร์ไม่มีความสุข เพื่อนๆต่างผลัดกันแนะนำ สิ่งที่คิดว่าทำแล้วมีความสุขในมุมมองแต่ละคน ในที่สุดอียอร์ก็ค้นหาความสุขด้วยตัวเอง

6.Pooh and Honey Patch
พูห์เห็นทุกคนปลูกแครอท และผักกัน เลยคิดว่าจะเอาหม้อน้ำผึ้งไปฝัง เผื่อจะมีน้ำผึ้งงอกขึ้นมา เพื่อนๆอยากช่วยโดยนำน้ำผึ้งมาวาง แต่กลับทำหม้อแตก 

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

148.ชุด A Big Little Golden Book

หนังสือชุดนี้ที่หน้าปกระบุว่าเหมาะสำหรับเด็ก 5 ขวบขึ้นไป ที่จริงเล็กว่าต่ำกว่านั้นก็ฟังแม่อ่านได้ ลองดูว่าลูกชอบแนวนี้หรือเปล่าค่ะ แต่ละเรื่องให้ความรู้ และข้อคิดดีๆทั้งนั้นค่ะ

1.Animals n the Woods
นิทานเล่มนี้สอนเรื่องสัตว์ในป่าแต่ละชนิดทำอะไรกันบ้างในแต่ละฤดู การเปลี่ยนแปลงของต้นไม้ แตกหน่อ ออกผล ร่วงหล่น

2.Little Raccoon Takes Charge
เจ้าแรคคูนสอนน้อง Chipmunk ตัวแสบ 2 ตัว ให้เป็นเด็กดี โดยให้บทเรียนน่ารักแก่พวกมัน

3.Lady Lovely Locks
เรื่องราวการผจญภัยในป่าของเจ้าหญิงและสุนัขคู่ใจ และโดนกลั่นแกล้งจากผู้ที่ต้องการแย่งชิงบัลลังก์


4.The Best Nickname
เด็กชายอยากมีชื่อเล่นต่อท้ายเหมือนคนอื่น แต่ไม่รู้ว่าจุดเด่นตัวเองคืออะไร ในที่สุดเพื่อนๆก็ประทับใจในสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เค้าทำให้ และให้ชื่อต่อท้ายคือ The Best
 

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

147.The House in the hole in the side of the tree

By V.Gilbert Beers

นิทานเล่มนี้เก่าแก่มาก อายุมากกว่าเล็กอีกค่ะ เน้นสอนให้เป็นคนดีมีน้ำใจต่อผู้อื่น โดยใช้พฤติกรรมที่ไม่ดีมานำเสนอให้เห็นผลลัพธ์ ซึ่งเวลาที่เราทำไม่ดีกับผู้อื่น เราเองก็จะรู้สึกไม่ดีต่อตัวเองด้วย

ลุงกระรอกกระแทกประตูปิดลงด้วยความโมโหทุกครั้งที่มีสัตว์อื่นๆมาขอยืมอุปกรณ์ต่างๆ เค้าคิดว่าพวกเพื่อนบ้านมีแต่จะมาขอความช่วยเหลือจากเค้า

วันหนึ่งเค้าฝันร้าย วิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่ไม่มีใครช่วย และปิดประตูใส่หน้าเหมือนที่เค้าเคยทำ จึงคิดได้ และกลับไปยิ้มแย้มต้อนรับเพื่อนๆ เพื่อนบ้านชวนเค้ามาดูบ้านใหม่ที่ช่วยกันทำขึ้นให้เค้า

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

146.ชุด Pokeweed Public School

By John Bianchi

อ่านหนังสือสองเล่มนี้แล้วอยากเห็นโรงเรียนไทยในบ้านเราเป็นแบบนี้จัง ทำให้รู้สึกอยากเรียนในโรงเรียนแบบนี้ เรียนรู้จากเรื่องจริง สอนประสบการณ์ ลงมือทำจริง ออกไปเรียนรู้โลกกว้างด้วยกัน น่าสนุกมากค่ะ

1.Young Authors' Day at Pokeweed Public School
ทุกเช้าที่โรงเรียนจะให้เวลานักเรียนอ่านหนังสือ ทุกปีจะให้เวลา 1 อาทิตย์จัดงานเกี่ยวกับการอ่าน เชิญผู้เขียนหนังสือมาเยี่ยมที่ รร. นักเรียนจะได้เรียนรู้การเขียนหนังสือ แล้วผลัดกันออกมาเล่าเรื่องหน้าห้อง ได้ข้อคิดว่า
You don't have to be big to write stories that are larger  than life

2.Welcome Back to Pokeweed Public School
เปิดเทอมแล้ว เด็กๆมาโรงเรียนกันตรงเวลา คุณครูแนะนำอะไรใหม่ๆที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนให้เด็กๆดู เมื่อระบบเตือนไฟไหม้ดังขึ้น น้ำจากสปริงเกิลฉีดลงมา ประตูล็อคทันที เรียนไม่ได้ คุณครูจึงพาเด็กๆออกไป Field trip ข้างนอกแทน

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

145.A pig called Shrimp

By Lisa Taylor

ยิ่งอ่านนิทานเด็ก ก็ยิ่งรัก รู้สึกว่าเราสามารถหาสาระได้กับมันทุกวัน วันนี้เอานิทานอบอุ่นมาฝาก เกี่ยวกับเพื่อน อ่านแล้วทำน้ำตาซึม ช่วงแรกๆแสดงออกถึงความหยิ่งทะนงในตัวเอง เห็นแก่ตัว ตอนหลังจิตใจอ่อนยวบ ....คนแต่งช่างคิดได้เนอะ

เจ้าแกะผู้ภูมิใจในขนขาวๆ ฟูๆ ของตัวเอง วานให้หมูว่ายน้ำไปดูว่ามีอะไรลอยอยู่ในน้ำ ทำให้เพื่อนป่วยหลายวัน  หลังจากเจ้าแกะไปเยี่ยมอาการเพื่อนหมู มันคิดหาวิธีช่วยเพื่อน โดยเอาตัวชนและเสียดสีกับต้นไม้เพื่อให้ขนตัวเองหลุดออกมา นำไปห่มให้ความอบอุ่นกับเพื่อน จนหายดี

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

144.Classic Fables

 นิทานคลาสิคปกแข็งสภาพดีมากเล่มนี้ มีนิทานอีสปอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน

นอกจากดูแปลกตา และ ขลังๆ กับตัวอักษรในนิทานกันแล้ว เล็กว่านิทานเรื่องนี้ ได้ให้ตัวอย่างการใช้ประโยคกับเล็กมากพอสมควร เช่น greedy eaters , Just in the nick of time, Don't dare to let go

1.The Wolf and the Stork 
กระดูกติดคอหมาป่า เจ้านกกระสาช่วยเอาออกให้ แต่เจ้าหมาป่าไม่ขอบคุณ และยังทวงบุญคุณอีก

2.The Tortoise and Two Ducks 
เจ้าเต่าอยากท่องเที่ยว เป็ดทั้งสองช่วยทำให้บินได้ แต่มันก็เผลออ้าปากพูด ทำให้ตกลงมา


วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

143.When Mama Comes Home Tonight

By Eileen Spinelli

เรื่องอบอุ่นที่เหมือนกลอน ถ่ายทอดความรู้สึกของเด็กที่รอแม่กลับมาบ้าน

แล้วแม่จะทำโน่น ทำนี่ให้ เล่นด้วย อาบน้ำให้ อ่านนิทานให้ฟัง ส่งเข้านอน อ่านแล้วเห็นความผูกพันของแม่กับลูก นอนหลับฝันดีแน่นอนค่ะ